สำหรับเจ้าหน้าที่
สำหรับเจ้าหน้าที่







<< กลับสู่หน้ารายการ

ชาพันธุ์ กวก. เชียงใหม่ 1



ดาวโหลดข้อมูล
ประวัติ
ชาสายพันธุ์แม่จอนหลวงเบอร์ 3 เป็นผลงานการคัดเลือกสายต้น (Clonal selection) โดยศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ หน่วยย่อยแม่จอนหลวง ระดับความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล โครงการเริ่มต้นในปี พ.ศ.2527 ด้วยการรวบรวมเมล็ดชาจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ จำนวน 3,500 ต้น ปลูกในพื้นที่ 37 ไร่ กระบวนการคัดเลือกดำเนินการ 5 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2537-2538) ประเมินลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ผลผลิต และคุณภาพการแปรรูป คัดเลือกจาก 3,500 ต้น เหลือ 35 สายพันธุ์ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2539-2544) ประเมินความสม่ำเสมอของคุณภาพชาโดยผู้เชี่ยวชาญ คัดเลือกได้ 19 เบอร์ และขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศด้วยวิธีปักชำ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2545-2548) ทดสอบความสม่ำเสมอของลักษณะทางการเกษตรและศักยภาพการให้ผลผลิตในแปลงทดลอง คัดเลือกได้ 5 สายพันธุ์ แล้วประเมินเพิ่มเติมด้วยเกณฑ์ความสม่ำเสมอทางพันธุกรรมและความสามารถในการขยายพันธุ์ เหลือเพียงสายพันธุ์ ชาแม่จอนหลวงเบอร์ 3 ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2549-2553) ทดสอบเปรียบเทียบกับพันธุ์การค้า (ชาชินชิงเบอร์ 12) โดยปลูกสายพันธุ์ละ 50 ต้น ประเมินจากศักยภาพการให้ผลผลิต คุณภาพผลิตภัณฑ์ชาเขียว และการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม และระยะที่ 5 (พ.ศ. 2551) ทดสอบประเมินพันธุ์ที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ หน่วยย่อยแม่จอนหลวง และโป่งน้อย เพื่อประเมินการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างโดยใช้การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย t-test ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า ชาแม่จอนหลวงเบอร์ 3 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 958.08 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์เปรียบเทียบ ร้อยละ 16.67-20.00 การประเมินคุณภาพชาเขียวด้วยวิธีทดสอบทางด้านประสาทสัมผัสและการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี พบว่า ชาแม่จอนหลวงเบอร์ 3 มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการแปรรูปเป็นชาเขียวดีกว่าพันธุ์การค้า จึงได้เสนอขอการรับรองเป็นพันธุ์แนะนำ
ลักษณะประจำพันธุ์
ชาแม่จอนหลวง เบอร์ 3 เป็นไม้พุ่มชา (Camellia sinensis var. sinensis) ทรงพุ่มกะทัดรัดแข็งแรง สูงเฉลี่ย 67.5 เซนติเมตร มีกิ่งหลัก 15 กิ่งต่อต้น ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีถึงรีแคบ ปลายแหลม ขอบใบจักถี่ ผิวใบเขียวเข้มเป็นมัน หนา 0.110 มิลลิเมตร ยอดอ่อนสีเขียวหม่น ความยาวปล้อง 17.4 มิลลิเมตร ดอกสีขาว 6 กลีบ เกสรเหลือง ผลกลมสีเขียวเข้ม มีเมล็ด 2 เมล็ดต่อผล ขนาด 1.25 เซนติเมตร การแตกยอดสม่ำเสมอ เก็บเกี่ยวได้ภายใน 28 วันหลังตัดแต่ง ครบรอบใบใน 51 วัน เหมาะสมต่อการปลูกเชิงพาณิชย์และการจัดการแปลงชาอย่างมีประสิทธิภาพ
ชื่อพันธุ์พืชที่รับรอง
ชาพันธุ์ กวก. เชียงใหม่ 1
พื้นที่แนะนำ
เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ที่ระดับความสูงมากกว่า 700 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง หรือจังหวัดที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน
ข้อควรระวัง/ข้อจำกัด
1. ไม่ควรปลูกชาในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนจัด ดินระบายน้ำไม่ดี หรือขาดแคลนน้ำ 2. ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำเท่านั้นเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของลักษณะเด่น 3. ควรมีการบริหารจัดการศัตรูพืชและโรคพืชอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศชื้นสูง
หน่วยงานเจ้าของพันธุ์
ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ สถาบันวิจัยพืชสวน
วันที่รับรอง (วัน/เดือน/ปี)
26 ส.ค. 2568
ประเภทพันธุ์
พันธุ์แนะนำ
ลักษณะเด่น
1. ผลผลิตเฉลี่ย 958.08 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี สูงกว่าชาสายพันธุ์ชินชิงเบอร์ 12 ร้อยละ 30 2. ใบบางเฉลี่ย 0.11 มิลลิเมตร บางกว่า ชาสายพันธุ์ชินชิงเบอร์ 12 ร้อยละ 35 3. มีรสชาติดี มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อมไม่ฝาด
ประเภทพืช
พืชสวน

ดาวโหลดข้อมูล

<< กลับสู่หน้ารายการ